PremierLeague

แดงเดือดปะทุ!ผีชนหงส์,สนั่นลอนดอนสิงห์รับปืน

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาลงสนามกันอีกครั้ง สำหรับวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2551 มีลงสนามทั้งหมด 2 คู่ และเป็น "บิ๊กแมตช์" ทั้งหมดอีกด้วย เริ่มตั้งแต่ "ศึกแดงเดือด" ครั้งที่ 150 ระหว่างแมนฯ ยูไนเต็ด - ลิเวอร์พูล ส่วนอีกเกมเป็น "สงครามแห่งกรุงลอนดอน" ระหว่าง เชลซี - อาร์เซน่อล ส่วนความพร้อมเป็นอย่างไร ติดตามกันได้เลยครับ

แมนฯ ยูไนเต็ด (1) - ลิเวอร์พูล (4)

เวลาเตะ :20.30 น.
ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต 1 (61), SS3/SSM, P2P, Setanta Sports Canada, Setanta Sports USA, Setanta-Broadband (ดาวเทียม)
สภาพอากาศ : ฝน / หิมะ
อุณหภูมิเฉลี่ย : 2 องศาเซลเซียส
ผู้ตัดสิน : สตีฟ เบนเน็ตต์
สนาม:โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

 

สภาพทีมโดยทั่วไป
แมนฯ ยูไนเต็ด
เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด จะได้เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ นายทวารมือ 1 หายเจ็บโคนขาหนีบกลับมาเสริมทีมอีกครั้ง แต่ในรายของริโอ เฟอร์ดินานด์ กองหลังตัวหลักที่ยังมีอาการเจ็บหลังรบกวน ต้องรอทดสอบความฟิต
ส่วนหลุยส์ ซาฮา กองหน้าที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนเล็กน้อยมาจากเกมล่าสุดที่ชนะโบลตัน 2-0 แต่น่าจะฟิตพร้อมช่วยทีมได้ตามปกติ
สำหรับแกรี่ เนวิลล์ แบ๊กขวาตัวเก๋าที่หายไปเกือบปี จากอาการบาดเจ็บโคนขาหนีบ และ ข้อเท้า ก็ใกล้ที่จะกลับมาช่วยทีมได้ในเร็วๆนี้ หลังลงเรียกความฟิตในเกมสำรองได้อีกเกมแล้ว
ผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บ
  • แมนฯ ยูไนเต็ด : ริโอ เฟอร์ดินานด์ (หลัง, ทดสอบความฟิต), มิกกาแอล ซิลแวสตร์ (เข่า)
  • ผู้เล่นที่ติดโทษแบน
  • แมนฯ ยูไนเต็ด : ไม่มี
  • รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-4-2) : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ - จอห์น โอเช, เวส บราวน์, เนมานย่า วิดิช, ปาทริซ เอวร่า - คริสเตียโน่ โรนัลโด้, โอเว่น ฮาร์กรีฟส์, อันแดร์สัน, ไรอัน กิ๊กส์ - เวย์น รูนี่ย์, คาร์ลอส เตเวซ
    ผู้จัดการทีม : เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

    ลิเวอร์พูล

    ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือลิเวอร์พูล ไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บของลูกทีมคนสำคัญเพิ่มเติม โดยขาดเพียงดาเนียล อั๊กเกอร์ กองหลังเดนมาร์กที่เข้ารับการผ่าตัดกระดูกเท้าเป็นครั้งที่ 3 และจะกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้งในฤดูกาลหน้า
    ส่วนตำแหน่งปีกซ้าย คาดว่า "เอล ราฟา" อาจปรับทัพด้วยการให้ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่าได้ลงเป็นตัวจริงแทนไรอัน บาเบลก็เป็นได้
    ผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บ
  • ลิเวอร์พูล : ดาเนียล อั๊กเกอร์ (กระดูกเท้า)
  • ผู้เล่นที่ติดโทษแบน
  • ลิเวอร์พูล : ไม่มี
  • รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
    ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : โฆเซ่ มานูเอล เรน่า - อัลบาโร่ อาร์เบลัว, เจมี่ คาร์ราเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เตล, ฟาบิโอ ออเรลิโอ - ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, ชาเบียร์ อลอนโซ่ - เดิร์ค เค้าท์, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ (ไรอัน บาเบล) - เฟร์นานโด ตอร์เรส
    ผู้จัดการทีม : ราฟาเอล เบนิเตซ

    ผลงาน 5 นัดหลังสุด

    แมนฯ ยูไนเต็ด
  • 19/03/08 โบลตัน (เหย้า)
  • 15/03/08 ชนะ ดาร์บี้ (เยือน) 1-0
  • 08/03/08 แพ้ พอร์ทสมัธ (เหย้า) 0-1 (เอฟเอ คัพ)
  • 04/03/08 ชนะ โอลิมปิก ลียง (เหย้า) 1-0 (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก)
  • 01/03/08 ชนะ ฟูแล่ม (เยือน) 3-0
  • ลิเวอร์พูล
  • 15/03/08 ชนะ เร้ดดิ้ง (เหย้า) 2-1
  • 11/03/08 ชนะ อินเตอร์ มิลาน (เยือน) 1-0 (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก)
  • 08/03/08 ชนะ นิวคาสเซิ่ล (เหย้า) 3-0
  • 05/03/08 ชนะ เวสต์แฮม (เหย้า) 4-0
  • 02/03/08 ชนะ โบลตัน (เยือน) 3-1

    เฮด ทู เฮด

  • พบกันทั้งหมดในลีก แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 57 ลิเวอร์พูล ชนะ 49 เสมอ 43
  • พบกันทั้งหมดในพรีเมียร์ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 17 ลิเวอร์พูล ชนะ 7 เสมอ 7
  • พบกันทั้งหมดในลีกที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 35 ลิเวอร์พูล ชนะ 14 เสมอ 25
  • พบกันทั้งหมดในพรีเมียร์ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 8 ลิเวอร์พูล ชนะ 3 เสมอ 4

    สถิติที่พบกัน

  • แมนฯ ยูไนเต็ด หวังเอาชนะ ลิเวอร์พูล เป็นนัดที่ 5 ติดต่อกันในพรีเมียร์
  • ลิเวอร์พูล ยิงประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เลยในเกมลีก 6 นัดหลังสุด และยิงได้แค่ลูกเดียวในยุคของ ราฟาเอล เบนิเตซ คือเกมที่แพ้ 1-2 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อ 20 ก.ย. 2004 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ จอห์น โอเช

    ข้อมูลที่น่าสนใจ

  • แมนฯ ยูไนเต็ด
  • แพ้ พอร์ทสมัธ 0-1 ในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 6 เพียงนัดเดียวใน 8 เกมหลังสุดรวมทุกรายการ
  • ชนะ 8 จาก 10 เกมลีกหลังสุด รวมทั้ง 4 นัดล่าสุดด้วย
  • ชนะมากนัดสุดในลีก (22)
  • ยิงประตูมากสุดในลีก 61 ประตูหรือยิงประตูเฉลี่ยทุกๆ 44 นาที
  • เสียประตูน้อยสุดในลีก 15 ประตูหรือเสียประตูเฉลี่ยทุกๆ 180 นาที
  • เป็นทีมที่เสมอน้อยนัดสุดในลีกเท่ากับ เรดดิ้ง (4)
  • ไม่เสียประตูในเกมลีกมากนัดสุดในลีก (18ป ดีกว่าซีซั่นก่อนไปแล้ว 2 นัด
  • ชนะ 21 เสมอ 2 แพ้ 1 ใน 24 เกมลีกที่ยิงประตูขึ้นนำไปก่อน
  • ถูกยิงประตูขึ้นนำไปก่อนเพียง 5 นัดน้อยกว่าทุกทีมในลีก
  • รั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนน 6 เกมลีกหลังสุดเป็นรอง ลิเวอร์พูล ที่เก็บได้ 16 คะแนนเท่ากันแค่ผลต่างประตูได้เสีย
  • ยิง 15 ประตูในช่วง 10 นาทีสุดท้าย หรือ 10 ประตูในช่วง 5 นาทีสุดท้าย หรือ 7 ประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บดีกว่าทุกทีมในลีกยกเว้นการยิงประตูในช่วงทดเจ็บที่มี อาร์เซน่อล กับเรดดิ้ง ยิงได้ในจำนวนเท่ากัน
  • แพ้เพียง 2 จาก 31 เกมลีกในบ้านหลังสุด
  • เกมลีกนัดต่อไปจะเปิดบ้านพบ แอสตัน วิลล่า ก่อนจะออกไปเยือน โรม่า ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ และไปเล่นที่ มิดเดิ้ลสโบรช์
  • ลิเวอร์พูล
  • ชนะรวด 7 นัดติดต่อกันในทุกรายการ ตั้งแต่ถูก บาร์นสลี่ย์ เขี่ยตกรอบ 5 เอฟเอ คัพ เมื่อ 16 ก.พ. ซึ่งเป็นการแพ้นัดเดียว ใน 10 เกมหลังสุดรวมทุกรายการ
  • ชนะ 6 เสมอ 1 ใน 7 เกมลีกหลังสุดตั้งแต่แพ้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-1 เมื่อ 30 ม.ค. ซึ่งเป็นการแพ้นัดเดียวในรอบ 14 เกม
  • แพ้น้อยเกมสุดอันดับ 2 ในลีกเท่ากับ เชลซี (3)
  • เสมอเกมลีกมากนัดสุดเท่ากับ ฟูแล่ม (11)
  • เสมอเกมลีกแบบโนสกอร์มากนัดสุดของลีกเท่ากับ พอร์ทสมัธ (5)
  • เสียประตูน้อยสุดอันดับ 2 ของลีก คือ 21 ประตูจาก 30 นัดหรือเสียประตูเฉลี่ยทุกๆ 129 นาที
  • ถูกยิงประตูขึ้นนำไปก่อนน้อยนัดสุดอันดับ 2 ของลีก (7)
  • เป็นหนึ่งใน 2 ทีมร่วมกับ โบลตัน ที่ยังไม่มีผู้เล่นถูกไล่ออกในฤดูกาลนี้
  • มีผู้เล่นถูกกรรมการจดชื่อน้อยสุดอันดับ 2 ของลีกคือ 37 ใบเหลือง
  • ชนะ 111 แพ้ 111 ในเกมนัดเยือนในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก และขาดอีก 2 ประตูจะยิงครบ 400 ลูกในการเล่นนัดเยือน
  • ชนะเพียงนัดเดียวจาก 5 เกมนอกบ้านหลังสุดคือเกมที่ชนะ โบลตัน 3-1 เมื่อ 2 มี.ค.
  • ไม่แพ้เกมลีกนัดเยือนต่อทีมจากแถบตะวันตกเฉียงเหนือมา 6 นัดติดต่อกัน ตั้งแต่แพ้ แบล็คเบิร์น 0-1 เมื่อ 26 ธ.ค. 2006
  • เกมลีกนัดต่อไปจะเปิดบ้านพบ เอฟเวอร์ตัน ก่อนจะออกไปเยือน อาร์เซน่อล 2 นัดรวดทั้งในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อน รองชนะเลิศ และเกมลีก ก่อนจะกลับมารอรับมือ เดอะ กันเนอร์ส ในเกมยุโรปถ้วยใบใหญ่สุด นัดที่สอง

    เกร็ดผู้เล่น

  • แมนฯ ยูไนเต็ด
  • คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นผู้เล่นปีกที่ยิงประตูได้มากสุดในประวัติศาสตร์สโมสร (33) และยิงไปแล้ว 24 ประตูจากการลงเล่นเกมลีก 24 นัดนำเป็นดาวซัลโวสูงสุดในเวลานี้
  • เวย์น รูนี่ย์ ต้องการอีก 1 ประตูก็จะทำสกอร์ที่ 50 ในเกมลีกในชุด แมนฯ ยูไนเต็ด และจะลงเล่นเกมลีกเป็นนัดที่ 150 ในชีวิต
  • หาก แกรี่ เนวิลล์ ได้ลงสนามจะเป้นการลงเล่นเกมลีกนัดที่ 350 ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด
  • ลิเวอร์พูล
  • เฟร์นานโด ตอร์เรส พังประตูมากสุดของทีมคือ 27 ประตูและเป็น 20 ลูกในเกมลีก
  • ตอร์เรส เป็นผู้เล่นลิเวอร์พูลคนที่ 2 และหนที่ 3 ที่ยิงประตูในเกมพรีเมียร์ลีกถึงหลัก 20 ลูก ต่อจากทื่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ทำไว้ 25 และ 28 ประตูในฤดูกาล 1994/95 และ 1995/96
  • โฆเซ่ เรน่า ทำเป็นอันดับ 1 ที่จะคว้ารางวัลถุงมือทองคำ หลังมีสถิติไม่เสียประตู 14 นัดในซีซั่นนี้

    เชลซี (3) - อาร์เซน่อล (2)

     

  • เวลาเตะ :23.00 น.
    ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต 1 (61), CSN, FSC, FSE, P2P, Score, The Score HD (ดาวเทียม)
    สภาพอากาศ : ฝนตก
    อุณหภูมิเฉลี่ย : 4 องศาเซลเซียส
    ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคล็ตเท่นเบิร์ก
    สนาม:สแตมฟอร์ด บริดจ์

     

    สภาพทีมโดยทั่วไป
    เชลซี
    อัฟราม แกรนท์ กุนซือเชลซี ต้องรอเช็กความฟิตของปีเตอร์ เช็ก นายทวารมือ 1 ที่อาการเจ็บข้อเท้ายังไม่หายดี โดยมีคาร์โล คูดิชินี่ เป็นตัวสแตนด์บายเหมือนเดิม
    ส่วนนิโกล่าส์ อเนลก้า, มิชาเอล บัลลัค และ จอห์น โอบี มิเกล ซึ่งได้พักในเกมล่าสุดที่เสมอสเปอร์ส 4-4 ก็อาจกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแกรนท์นั่นเอง
    ขณะที่แกนหลักรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นจอห์น เทอร์รี่, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, แอชลี่ย์ โคล, มิชาแอล เอสเซียง, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, ซาโลมง กาลู, โจ โคล และ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ยังพร้อมช่วยทีมได้ตามปกติ
    ผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บ
  • เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก (ข้อเท้า, ทดสอบความฟิต)
  • ผู้เล่นที่ติดโทษแบน
  • เชลซี : ไม่มี
  • รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
    เชลซี (4-1-4-1) : คาร์โล คูดิชินี่ (ปีเตอร์ เช็ก) - เปาโล แฟร์เรยร่า, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล - โคล้ด มาเกเลเล่ - โจ โคล, มิชาแอล เอสเซียง, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, ซาโลมง กาลู - ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา
    ผู้จัดการทีม : อัฟราม แกรนท์

    อาร์เซน่อล

    อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซืออาร์เซน่อล ยังชวดใช้งานทั้งวาสซิริกี้ อาบู ดิยาบี้, โทมัส โรซิชกี้ และ เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวาที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนทั้งหมด ส่วนโยฮัน ฌูรู แม้จะหายเจ็บโคนขาหนีบและกลับมาลงสนามในเกมสำรองได้แล้ว แต่ยังต้องอาศัยเวลาในการเรียกความฟิตอีกสักระยะ
    ขณะที่แกนหลักรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นมานูเอล อัลมูเนีย, วิลเลี่ยม กัลลาส, โคโล ตูเร่, มาติเยอ ฟลามินี่, ฟรานเชสก์ ฟาเบรกาส, อเล็กซานเดอร์ คเล็บ, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ และ โรบิน ฟาน เปอร์ซี่ ต่างพร้อมช่วยทีมทั้งหมด
    ผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บ
  • อาร์เซน่อล : เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา (ขา / ข้อเท้า), วาสซิริกี้ อาบู ดิยาบี้ (น่อง), โทมัส โรซิชกี้ (เอ็นหลังหัวเข่า)
  • ผู้เล่นที่ติดโทษแบน
  • อาร์เซน่อล : ไม่มี
  • รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
    อาร์เซน่อล (4-4-2) : มานูเอล อัลมูเนีย - บาการี่ ซาญ่า, วิลเลี่ยม กัลลาส, โคโล ตูเร่, กาแอล กลิชี่ - เอ็มมานูเอล เอบูเอ้, ฟรานเชสก์ ฟาเบรกาส, มาติเยอ ฟลามินี่, อเล็กซานเดอร์ คเล็บ - โรบิน ฟาน เปอร์ซี่, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์
    ผู้จัดการทีม : อาร์แซน เวนเกอร์

    ผลงาน 5 นัดหลังสุด

    เชลซี
  • 19/03/08 สเปอร์ส (เยือน)
  • 15/03/08 ชนะ ซันเดอร์แลนด์ (เหย้า) 1-0
  • 12/03/08 ชนะ ดาร์บี้ (เหย้า) 6-1
  • 08/03/08 แพ้ บาร์นสลี่ย์ (เยือน) 0-1 (เอฟเอ คัพ)
  • 05/03/08 ชนะ โอลิมเปียกอส (เหย้า) 3-0 (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก)
  • อาร์เซน่อล
  • 15/03/08 เสมอ มิดเดิ้ลสโบรช์ (เหย้า) 1-1
  • 09/03/08 เสมอ วีแกน (เยือน) 0-0
  • 04/03/08 ชนะ เอซี มิลาน (เยือน) 2-0 (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก)
  • 01/03/08 เสมอ แอสตัน วิลล่า (เหย้า) 1-1
  • 23/02/08 เสมอ เบอร์มิงแฮม (เยือน) 2-2

    เฮด ทู เฮด

  • พบกันทั้งหมดในลีก เชลซี ชนะ 39 อาร์เซน่อล ชนะ 58 เสมอ 44
  • พบกันทั้งหมดในลีก เชลซี ชนะ 5 อาร์เซน่อล ชนะ 15 เสมอ 11
  • พบกันทั้งหมดในลีกที่ เชลซี ชนะ 22 อาร์เซน่อล ชนะ 23 เสมอ 25
  • พบกันทั้งหมดในลีกที่ เชลซี ชนะ 4 อาร์เซน่อล ชนะ 5 เสมอ 6

    สถิติที่พบกัน

  • อาร์เซน่อล ชนะเพียงนัดเดียวจาก 11 เกมหลังสุดในทุกรายการที่พบกับ เชลซี แต่ชนะได้มากถึง 4 เสมอ 6 จาก 11 เกมลีกที่บุกมาเยือน แสตมฟอร์ด บริดจ์
  • มีผู้เล่นถูกจดชื่อมากถึง 35 ครั้งจาก 6 เกมลีกและฟุตบอลถ้วยหลังสุดที่พบกัน รวมทั้งมี 4 ใบแดงใน 3 เกมหลังสุด
  • จาก 28 เกมในทุกรายการที่พบกันตั้งแต่ปี 1998 มีการเสมอแบบโนสกอร์เพียงนัดเดียวคือเกมลีกที่สแตม ฟอร์ด บริดจ์ เมื่อ 20 เม.ย. 2005

    ข้อมูลที่น่าสนใจ

  • เชลซี
  • ชนะ 9 เสมอ 4 ใน 13 เกมลีกหลังสุดตั้งแต่แพ้ อาร์เซน่อล 0-1 เมื่อ 16 ธ.ค. ซึ่งเป็นการแพ้นัดเดียวในรอบ 23 นัด
  • ชนะ 16 และแพ้เพียง 2 นัดเท่านั้นจาก 24 เกมลีกภายใต้การคุมทีมของ อัฟราม แกรนท์
  • ชนะเกมลีกมากนัดสุดอันดับ 2 ของลีก (19)
  • แพ้เกมลีกน้อยนัดสุดอันดับ 2 ของลีกเท่ากับ ลิเวอร์พูล (3)
  • เสียประตูน้อยสุดอันดับ 3 ของลีกคือ 22 ประตูจาก 30 นัดหรือเสียประตูเฉลี่ยทุกๆ 123 นาที
  • ไม่เสียประตูมากเกมสุดอันดับ 2 ของลีก (17) รวมทั้ง 6 จาก 9 เกมหลังสุด
  • มีผู้เล่นถูกไล่ออกจากสนามมากสุดเท่ากับ ฟูแล่ม (6)
  • ชนะ 16 เสมอ 3 ใน 19 เกมลีกที่ยิงประตูขึ้นนำไปก่อน
  • เกมลีกที่บุกไปเสมอกับ สเปอร์ส 4-4 เมื่อวันพุธเป็นเกมลีกนัดที่ 2 ของซีซั่นที่มีการยิงประตูรวม 8 ลูก ถัดจากเกมลีกที่เสมอกับ แอสตัน วิลล่า 4-4 ในบ้านตัวเองเมื่อ 26 ธ.ค.
  • เพิ่งยิงได้ถึง 6 ประตูในเกมลีกในบ้าน
  •      “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เจอข่าวร้ายเมื่อ บาการี ซานญา แบ็กขวาตัวเก่งบาดเจ็บที่ข้อเท้าอาจต้องพักนานร่วมเดือน ทำให้ต้นสังกัดต้องลุ้นว่าจะหายทันฟาดเกือก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมสำคัญของซีซั่นหรือไม่

     


           บาการี ซานญา เพิ่งโหม่งทำประตูให้ อาร์เซนอล บุกไปนำ เชลซี แต่สุดท้ายศึกลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ จบลงที่ชัยชนะของเจ้าถิ่นเมื่อ ดิดิเยร์ ดร็อกบา มาเบิ้ลสกอร์คืน และในศึกพรีเมียร์ชิป อังกฤษ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซานญา ดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสก็ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงท้ายเกมเนื่องจากมีอาการเจ็บข้อเท้าซ้าย
          
            ล่าสุด อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือคนเก่ง “ปืนใหญ่” ออกมาเผยแล้วว่า ซานญา คงต้องพักนานพอสมควรกับช่วงปลายฤดูกาล “ ผมไม่แน่ใจว่า บาการี ต้องพักนานแค่ไหน แต่อย่างน้อยผมว่าต้องมีสามสัปดาห์แต่ก็ไม่น่าเกิน 5 สัปดาห์ ”
          
            “ บาการี (ซานญา) เจ็บบริเวณข้อเท้า เมื่อผมกลับไปดูเทปวิดีโออีกครั้งก็เห็นว่า เขาต้องการเคลียร์บอลทิ้งไป แต่เป็นจังหวะที่ข้อเท้ามันพลิกพอดี นี่เป็นอาการบาดเจ็บที่ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับ อาร์เซนอล ” กุนซือชาวฝรั่งเศสตบท้าย
          
            สำหรับ อาร์เซนอล นอกเหนือจากมีคิวเยือน โบลตัน ในศึกพรีเมียร์ชิปสุดสัปดาห์นี้ ทีมดังจากเมืองหลวงยังต้องเจอกับ ลิเวอร์พูล ถึง 3 นัดในรอบ 9 วันทั้งเกมลีกและศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ และวันที่ 13 เมษายน ยังต้องบุกเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ชิป การขาดหายไปของ ซานญา “ปืนใหญ่” อาจต้องทดแทนด้วย เอ็มมานูเอล เอบูเอ หรือ จัสติน ฮอยท์

    http://www.manager.co.th/Sport/default.html
     

           เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปลาบปลื้มที่เห็น คริสเตียโน โรนัลโด ขยับใกล้ขั้น จอร์จ เบสต์ ตำนานของสโมสรเข้าทุกขณะ

           คริสเตียโน โรนัลโด ปีกซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกสผุดฟอร์มเก่งให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูงพรีเมียร์ชิป อังกฤษ ได้อย่างสุดยอด โดย “หนูโด้” ซัดให้ต้นสังกัดไปแล้ว 34 ประตูในการลงสนามทุกรายการของฤดูกาลนี้
          
            ทำให้หลายฝ่ายออกมายกย่องให้ โรนัลโด เทียบขั้น จอร์จ เบสต์ “เทพบุตรลูกหนัง” แห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ออกมาหนุน “ ผมคิดว่าทั้งคู่มีส่วนคล้ายคลึงกัน ครั้งที่ จอร์จ (เบสต์) เล่นปีกผมไม่เคยเห็นเขาอยู่กับที่เลย จอร์จ จะฉีกออกไปเล่นทางซ้ายบ้าง ขวาบ้าง หรือแม้แต่หุบมายืนตรงกลาง ”
          
            “ สำหรับ คริสเตียโน (โรนัลโด) ก็คล้ายๆ กัน เด็กคนนี้เริ่มต้นจากการเป็นผู้เล่นทางกราบก่อนจะตัดเข้ามาเล่นตรงกลาง อีกทั้ง คริสเตียโน ยังสามารถทำประตูได้มากมายเหมือน จอร์จ (เบสต์) ผมคิดว่าเด็กคนนี้อยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมมากทีเดียว ” บรมกุนซือเลือดสกอตติชเผยปิดท้าย
          
            จากฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของ “หนูโด้” มีส่วนช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสป้องกันแชมป์พรีเมียร์ชิป ปัจจุบัน “ผีแดง” นำเป็นจ่าฝูง 31 นัดเก็บมา 73 คะแนนขึ้นหน้า “สิงห์บลูส์” เชลซี รองจ่าฝูง 5 แต้ม และก็ทิ้ง “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล อันดับ 3 เป็นหกคะแนน
          
            โดยสุดสัปดาห์นี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีคิวเปิดบ้านรับ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลลา ขณะที่ เชลซี เตรียมเปิดรังปะทะเกือก “สิงห์แดง” มิดเดิลสโบรช์ ส่วน อาร์เซนอล เจองานไม่ง่ายต้องไปเยือน “เดอะ ทร็อตเตอร์ส” โบลตัน วันเดอเรอร์ส ที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นอย่างหนัก

    http://www.manager.co.th/Sport/default.html